ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์สถานีวิทยุคลื่นพุทธบูชา


ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์สถานีวิทยุคลื่นพุทธบูชา

FM 100.25 Mhz

มาทำความรู้จักกับเราสิค่ะ

คลื่นพุทธบูชา" FM100.25 Mhz คลื่นแห่งพระธรรมและเสียงธรรม 20 ชั่วโมง

เปิดสถานี เวลา 05.00 น.-24.00 น.ทุกวันเชิญมาฟังกันนะค่ะ

22 ตุลาคม 2553

Travel - Manager Online - เที่ยวท่อง ล่อง 5 น้ำ เมืองหอยใหญ่

 

เที่ยวท่อง ล่อง 5 น้ำ เมืองหอยใหญ่
ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
18 ตุลาคม 2553 16:05 น.

ทิวทัศน์เขาหินปูนน้อยใหญ่ในเขื่อนเชี่ยวหลาน

“เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ”
       คำขวัญประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในคำขวัญจังหวัดที่ติดหูและผู้คนรู้จักกันมาก
       นอกจากคำขวัญแล้ว แหล่งท่องเที่ยวในสุราษฎร์ก็เป็นที่ติดตาติดใจของผู้ไปเยือนเช่นเดียวกัน แถมยังติดในอันดับต้นๆของดินแดนด้ามขวานที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนกันไม่ขาดสายโดยเฉพาะกับเกาะสมุย-พงัน เกาะเต่า ที่แม้ว่าราคาจะแพงหูฉี่ แต่ก็เป็นที่นิยมในหนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง

จุดกำเนิดบ่อน้ำพุร้อนท่าสะท้อน

       แต่สำหรับทริปนี้ “ตะลอนเที่ยว” ไม่ได้จะพาไปเที่ยวเกาะ ดำน้ำดูปะการัง และดูบรรดาแหม่มทั้งหลายนอนอาบแดดแต่อย่างใด แต่เราจะพาไปสัมผัสกับสุราษฎร์ในอีกมิติหนึ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปนั่นก็คือ การพาไปสัมผัสกับสายน้ำ 5 ประเภท ใน 5 แหล่งท่องเที่ยวที่มีรวมอยู่กันภายในจังหวัดเดียว

บ่อแช่ตัวที่มีสรรพคุณหลากหลาย

แช่น้ำร้อนท่าสะท้อน
       สายน้ำแรก ประเดิมกันด้วยการไปแช่น้ำร้อนให้สบายตัวที่ “บ่อน้ำพุร้อนท่าสะท้อน” หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ “บ่อน้ำพุร้อนรัตนโกสัย” ที่ตั้งอยู่ใน ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน
       เมื่อแรกที่เข้าไปถึงนั้น ก็ยังมองไม่เห็นว่าน้ำพุร้อนที่ว่านั้นอยู่ในส่วนไหน เพราะว่ามีการจัดสวนไว้อย่างสวยงาม กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม และยังมีที่พักไว้ให้บริการ ในรูปแบบของการพักแรมเชิงนิเวศน์

เส้นทางลอดอุโมงค์จากที่คลองร้อยสาย

       มาถึงที่นี่ทั้งที “ตะลอนเที่ยว” ก็ขอเดินเข้าไปดูจุดกำเนิดของน้ำพุร้อนแห่งนี้กันก่อน ลักษณะจะเป็นบ่อน้ำขนาดกะทัดรัดที่มีควันจางๆ พุ่งออกมาตลอดเวลา ซึ่งก็รู้สึกได้ถึงความร้อนขึ้นมาอีกเล็กน้อย เพราะที่บ่อแห่งนี้มีอุณหภูมิความร้อนถึง 65 องศาเซลเซียส สิ่งที่พิเศษของที่นี่ก็คือ จะไม่มีกลิ่นของกำมะถัน หรือกลิ่นหินปูน และตรงบริเวณบ่อนั้นมีทางเดินเพื่อให้สามารถเดินดูได้รอบๆ
       และอีกมุมหนึ่ง ก็มีบ่อที่สามารถลงไปแช่เท้าและแช่ตัวได้ ซึ่งก็มีความเชื่อกันว่า สามารถใช้บำบัดโรคกระดูก ไขข้อ บำรุงผิวพรรณให้สดใส กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และสรรพคุณอีกมากมาย แต่จะจริงหรือไม่เพียงใด ก็คงต้องลองมาพิสูจน์กันเอง
       อ้อ...ก่อนที่จะลงไปแช่น้ำร้อน ก็ควรอ่านข้อปฏิบัติที่มีบอกไว้ด้านข้างเสียก่อน เป็นต้นว่า ในการแช่แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 15 นาที และก่อนลงไปก็ควรปรับอุณหภูมิร่างกายเสียก่อน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการลงไปแช่น้ำร้อนอย่างเต็มที่

ชาวบ้านสัญจรในคลองร้อยสาย

ยลหิ่งห้อยในคลองร้อยสาย
       สุราษฎร์ธานี เมืองนี้มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านถึง 2 สาย คือ แม่น้ำตาปี และแม่น้ำคีรีรัฐ จึงทำให้มีลำคลองสาขาอีกมากมาย โดยเฉพาะที่ คลองร้อยสาย สมญานามที่ได้จากการที่มีคลองสายเล็กสายน้อย แยกย่อยจากแม่น้ำตาปี

บรรยากาศยามเย็นก่อนล่องเรือชมหิ่งห้อย

       ในช่วงกลางวันนอกจากจะไปชมความสงบร่มรื่นของสองฝากฝั่งที่เขียวขจีแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวสวนและชาวประมง ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายริมสายน้ำ และเมื่อตะวันตกดิน ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มแก่และค่อยๆ มืดลง เราก็เตรียมตัวลงเรือลำน้อยล่องไปตามลำคลอง เพื่อมองหาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เปล่งแสงสว่างออกมาให้มนุษย์เราได้ตื่นเต้น นั่นก็คือ “หิ่งห้อย”
       นั่งเรือไปเพียง 10 นาที ก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่คลองสายหนึ่ง บรรยากาศยามค่ำนั้นเย็นสบาย ด้วยสายลมอ่อนๆ ระหว่างนั้นเราก็ได้รับคำแนะนำในการชมหิ่งห้อย จากคนนำทางที่ทำหน้าที่ขับเรือด้วยว่า ระหว่างที่ชมต้องไม่ส่งเสียงดัง รวมถึงส่งแสงสว่างไปยังต้นไม้ที่หิ่งห้อยเกาะอยู่ เพราะจะทำให้หิ่งห้อยที่ต้นนั้นย้ายไปอยู่ที่อื่น และจะไม่กลับมาที่ต้นเดิมอีก

ล่องเรือชมเขื่อนเชี่ยวหลาน

       ในที่สุดก็ได้เห็นต้นไม้ต้นแรกที่มีหิ่งห้อยนับร้อยนับพันเกาะอยู่ แสงที่แมลงตัวน้อยกะพริบระยิบระยับออกมาพร้อมๆ กันก็ทำให้บริเวณนั้นสว่างเรืองรองขึ้นอีกเล็กน้อย มองรอบๆ ตัวแล้วก็รู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
       เพื่อนร่วมทริปของเราส่งเสียงตื่นเต้นขึ้นมาเบาๆ เมื่อคนนำทางบอกว่า มีความเชื่อกันว่า ถ้าเกิดมีหิ่งห้อยบินมาเกาะที่ตัว คนๆ นั้นก็จะประสบความสำเร็จในด้านความรัก แหม...เล่นเอาทุกคนเกือบจะกระโดดลงน้ำ ว่ายไปหาเจ้าหิ่งห้อยกันเลยทีเดียว

เขาสามเกลอ จุดถ่ายรูปยอดนิยมในเขื่อนเชี่ยวหลาน

ล่องน้ำเขื่อนที่เชี่ยวหลาน
       อีกหนึ่งน้ำในสุราษฎร์ธานีที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ น้ำเขื่อน ที่ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสก หรือที่เรียกกันติดปากก็คือ “กุ้ยหลินเมืองไทย” ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด จากภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน ตัดกับน้ำในเขื่อนที่มีสีเขียวมรกต คล้ายกับภูมิประเทศที่เมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน
       เขื่อนแห่งนี้ ได้รับชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ที่มีประโยชน์ทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก รวมไปถึงการบรรเทาอุทกภัย

ล่องเรือชมป่าชายเลนบ้านลีเล็ด

“ตะลอนเที่ยว” ขอลงไปสัมผัสกับความสวยงามของเขื่อนแห่งนี้อย่างใกล้ชิดด้วยการล่องเรือออกไปในเขื่อน ซึ่งระหว่างทางก็ได้รับความเย็นสดชื่นจากสายลมที่พัดผ่านน้ำ ทิวทัศน์รอบด้านเป็นผืนน้ำเขียวขจี สลับกับภูเขาหินที่มีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น
       จุดหนึ่งที่นิยมไปถ่ายรูปกันก็คือ เขาสามเกลอ ลักษณะจะเป็นเขาเล็กๆ 3 ลูกตั้งเรียงกัน ระหว่างเขาก็จะเป็นช่องให้เรือผ่านเข้าออกได้ แต่ระหว่างที่จะถึงเขาสามเกลอนั้น เราก็ได้รับความเย็นฉ่ำและเปียกปอน จากสายฝนที่โปรยลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว หลายคนเริ่มหาเครื่องกำบังเพื่อช่วยไม่ให้เปียกมากขึ้น แต่สำหรับเรา กลับคิดว่าสายฝนเย็นๆ แบบนี้ ยิ่งเพิ่มความประทับใจในการชมเขื่อนเชี่ยวหลานในครั้งนี้ให้มากขึ้นไปอีก

สินในน้ำที่บ้านลีเล็ด

ชมป่าชายเลน ที่รอยต่อของ 2 น้ำ
       กลับมาชมความอุดมสมบูรณ์ของสุราษฎร์ธานีกันต่อ ด้วยการล่องเรือออกไปชมป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ “บ้านลีเล็ด” ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนลีเล็ดที่จะพัฒนาให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
       ระหว่างรอยต่อของน้ำจืดและน้ำเค็มที่เรียกว่าพื้นที่น้ำกร่อยนั้น เป็นพื้นที่ของป่าชายเลนบ้านลีเล็ดที่เราจะล่องเรือออกไปชม ระหว่างทางก็จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ต้นไม้หลากชนิด ทั้งต้นลำพู ต้นจาก ต้นโกงกาง ปรงทะเล และอีกหลายต้นที่ล้วนแต่อุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้น

ป่าชายเลนเกิดใหม่บ้านลีเล็ด

       นอกจากนั้น สองข้างทางที่ผ่านตาไปก็ได้เห็นลิงแสมหางยาว ที่วิ่งไปแอบอยู่หลังต้นไม้ยามที่มีคนผ่านมา และยังมีกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะกุ้ง ที่คอยจะกระโดดขึ้นเรือที่ผ่านไปมา ให้เราได้ตื่นเต้นกรี๊ดกร๊าดกันเป็นระยะ
       มองออกไปข้างหน้าก็เป็นทะเลไปจนสุดลูกหูลูกตา แต่เมื่อมองกลับมาด้านหลังก็จะเป็นป่าชายเลนเกิดใหม่ ที่ลำต้นยังไม่เจริญเติบโตมากนัก แต่ก็ทำให้เห็นได้ว่า การร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ธรรมชาติของชาวบ้านที่นี่เป็นผลสำเร็จเพียงใด เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ของป่าชายเลนเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 3,000 ไร่ โดยไม่ต้องปลูก เพียงแต่เฝ้าระวังไม่ให้มีการทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่

วิถีชาวประมงริมคลองท่าทอง

ชมทะเล ชิมหอย ที่สินมานะฟาร์ม
       สุราษฎร์ธานี ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นเมืองหอยใหญ่ ฉะนั้นเราก็ต้องไปลองชิมหอยกันให้ถึงแหล่งที่ “สินมานะฟาร์มสเตย์” ด้วยการนั่งเรือออกจากคลองท่าทอง แหล่งป่าชายเลนของ อ.กาญจนดิษฐ์ ออกไปที่อ่าวบ้านดอน แหล่งเลี้ยงหอยคุณภาพ

ขนำของสินมานะฟาร์มสเตย์

       สองข้างทางก่อนจะออกไปสู่อ่าวนั้น จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่กันอย่างสงบ ไม่เร่งร้อน และยังมีป่าชายเลนที่มีความหลากหลาย สั่งสมความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารให้มนุษย์และสัตว์นานาชนิด เห็นอย่างนี้แล้ว “ตะลอนเที่ยว” ก็อยากจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่บ้างเหลือเกิน
       เมื่ออกมาสู่อ่านบ้านดอนอย่างเต็มตัว เราก็เห็นไม้ที่ปักไว้เป็นแนวยาว มีระยะห่างเท่าๆ กัน เพื่อเป็นเขตแดนไม่ให้เรือเข้าไปลากอวนด้านใน เนื่องจากมีการเลี้ยงหอยไว้ ส่วนบ้านที่อยู่กระจัดกระจายในระยะห่างๆ กันนั้นเรียกว่า “ขนำ” ซึ่งก็คือที่พักที่สร้างไว้ในทะเล เพื่อให้คนมาคอยดูแลหอย หรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เลี้ยงไว้

วิธีเลี้ยงหอยนางรม

       แต่ละขนำก็จะมีขนาดไม่เท่ากัน ตามแต่ความต้องการใช้สอยของเจ้าของ แต่ขนำใหญ่สุดในบริเวณนั้นเห็นจะเป็นขนำของสินมานะฟาร์ม ที่เปิดเป็นที่พักของนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งคนที่ไปเที่ยวก็จะได้พักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ และได้รับความรู้ต่างๆ มากมาย อย่างที่เราได้แวะเวียนไปนั้น ก็ได้เห็นวิธีการเลี้ยงหอยนางรมหลากหลายแบบ รวมไปถึงวิธีกินหอยนางรมที่ถูกต้อง
       มองจากที่ขนำออกไปรอบๆ ก็จะเห็นทั้งทะเลกว้างไกล และขนำที่มีไม้ปักปันเขตแดนอยู่ ชวนให้คิดว่า บรรดาหอยทั้งหลายที่เลี้ยงกันไว้นั้นจะมีอยู่กี่ตัว แล้วหอยคุณภาพดีๆ เหล่านี้จะเดินทางไปกันได้ไกลถึงที่ไหน ไม่แน่ว่าบางตัวอาจจะมาอยู่ในจานอาหารของวันนี้ก็เป็นได้

ขนำพักค้างกลางทะเล

       นอกจาก 5 น้ำที่พาไปเที่ยวกันแล้ว ยังมีอีกน้ำที่ “ตะลอนเที่ยว” คิดว่าที่นี่ก็มีไม่แพ้ที่ใด นั่นก็คือ น้ำจิตน้ำใจของชาวสุราษฎร์ ที่มีให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ สมกับชื่อเมืองคนดี สุราษฎร์ธานี
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว จ.สุราษฎร์ธานี ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร.0-7728-8817-9

Travel - Manager Online - เที่ยวท่อง ล่อง 5 น้ำ เมืองหอยใหญ่

0 comments :

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

วัดพุทธบูชา

Picture 012

Picture 008 Picture 006

Picture 010 Picture 013